ไหมก้างปลา Barb Threads

ปรับรูปหน้า

ถ้าจะพูดถึงการร้อยไหมแต่ในยุคแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมก็คือ "การร้อยไหมก้างปลา" (Aptos Threads) ลักษณะของไหมก็จะเหมือนกับก้างปลานั้นเอง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ซึ่งการร้อยไหมก้างปลานั้นสามารถทำได้ทั้งหญิงและชาย

 

การร้อยไหม เป็นอีกหนึ่งวิธี  ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการหย่อนคล้อยของผิว ให้กลับมาเต่งดึงได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้นนานอีกด้วย

 

เราใส่ใจในการแก้ปัญหาผิวพรรณที่หย่อยคล้อย โดยใช้ไหมก้างปลา 360 ซึ่งเป็นไหมละลาย ที่มีความปลอดภัยสูง ใช้ร้อยดึงแก้มที่หย่อนขึ้น ช่วยทำให้ใบหน้ายกกระชับ หน้าเรียวเห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ โดยจะค่อยๆ ละลายอยู่ในผิวหนัง ภายในระยะเวลา 8 เดือน

 

ประโยชน์ของการร้อยไหม

  • ช่วยปรับใบหน้าให้ได้รูป V-shape

  • กรอบหน้า (Jaw Line) คมชัดขึ้น คางเด่นขึ้น ลดไขมันและคาง 2 ชั้น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง

  • ผิวยกกระชับ รูขุมขนเล็กลง ร่องแก้มดูตื้นขึ้น

  • ริ้วรอยเล็กๆ ลดเลือนลง เช่นริ้วรอยรอบดวงตา

  • ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ผิวจึงดูเปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใส ฝ้ากระจางลง

BOTOX

Botox คือโปรตีนที่ทำการสกัดจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม ( Clostridium botulinum )โดยสารจะไปออกฤทธิ์กับส่วนของเส้นประสาทส่วนปลาย ด้วยการทำการยับยั้งไม่ให้เส้นประสาทส่วนปลายทำการหลั่งสารสื่อประสาท ทำให้เส้นประสาทไม่สามารถทำการสั่งงานไปยังเส้นใยประสาทได้ซึ่งสารนี้จะออกฤทธิ์กับเส้นประสาทกล้ามเนื้อชนิด Acetycholine และต่อมเหงื่อ ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและมีการหลั่งเหงื่อออกมาได้ลดลง จึงมีการนำยาชนิดนี้มาฉีดเข้าสู่บริเวณที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นที่มีอยู่บนใบหน้า พบว่าริ้วรอยที่เกิดขึ้นบางส่วนหายไปและบางส่วนจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่งผลให้ผิวหน้าแลอ่อนเยาว์ เราจึงนำยาชนิดนี้เข้ามาใช้ในการลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่บริเวณคิ้ว หน้าผาก และบริเวณหางตา ส่วนช่วงกรามตัวยาสามรถลดขนาดของกล้ามเนื้อได้ จึงทำให้หน้าเรียวขึ้น และกรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

 

เรามาดูกันว่าเราสามารถใช้ botox ทำอะไรได้บ้าง ?

1.การใช้โบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยย่นบนใบหน้า

สามารถลด รอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หรือการลดการหย่อนคล้อยของผิวหนังส่วนอื่น  เมื่อทำการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าสู่บริเวณที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่น โบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นหายไป  ดังนั้นเมื่อทำการฉีดยาในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วก็จะสามารถทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและประสบการของแพทย์ที่ทำการฉีดสารเข้าสู่ร่างกายมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างได้ผล แต่ถ้าฉีดในตำแหน่งที่          ไม่เหมาะสม จะทำให้ริ้วรอยหายไปได้น้อยและอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น คิ้วตก คอห้อย มุมปากเบี้ยว  เป็นต้น

 

เพียงแค่ 1 สัปดาห์ริ้วรอยที่ต้องการลบเลือนก็จะหายไป ซึ่งความเรียบเนียนของผิวหน้าจะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือนหลังจากการฉีด ทั้งนี้การกลับคืนของริ้วรอยจะเร็วหรือช้า จะขึ้นอยู่กับการแสดงสีหน้าและอารมณ์ด้วย

 

2.การใช้โบท็อกซ์เพื่อทำการปรับรูปทรงของใบหน้าหรือรูปทรงของอวัยวะบนร่างกาย

2.1 การใช้โบท็อกปรับรูปทรงของใบหน้า

เมื่อฉีดสารเข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม กรามจะหดกระชับ จึงมีขนาดเล็กลง ดังนั้นจึงสามารถเปลี่ยนรูปทรงของใบหน้าที่มีลักษณะอวบอิ่ม กลมโต ให้กลายเป็นใบหน้ารูปทรงตัววี (V-shape) การฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อที่บริเวณมุมกรามนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดที่ค่อนข้างสูง เพราะหากทำการฉีดไม่ถูกตำแหน่ง ตำแหน่งทั้งสองข้างไม่สมมาตรกัน หรือแม้แต่การให้ยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสมทำให้กล้ามเนื้อหดตัวในปริมาณที่ไม่เท่ากัน จะส่งผลให้ลักษณะของใบหน้าที่เกิดขึ้นมีการบิดเบี้ยว หรือถ้าทำการฉีดยาในปริมาณที่สูงและลึกมาเกินไปอาจจะส่งผลต่อการบดเคี้ยว ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

2.2 การใช้โบท็อกปรับแต่งรูปคิ้ว

สามารถใช้ โบท็อกซ์ ( Botox ) ในการปรับแต่งรูปคิ้วได้ โดยการฉีดโบท็อกเข้าไปคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาในตำแหน่งที่ต้องการเพื่อปรับเปลี่ยนให้คิ้วเป็นทรงต่างๆให้มีรูปทรงที่สวยงามขึ้นได้

2.3 การใช้โบท็อกแก้ปัญหาหน้ามัน

ด้วยการฉีดเมโสโบท็อกซ์ สามารถลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมน้ำมัน และกล้ามเนื้อบริเวณผิวหน้า ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน และลดความมันบนใบหน้าลงได้

2.4 การใช้โบท็อกซ์เพื่อช่วยลดขนาดของแขน น่อง ขา

น่องที่มีขนาดใหญ่จะส่งผลให้ขาแลดูหนาและเตี้ยไม่สวยงาม ต่างจากน่องที่มีลักษณะเล็กเรียวจะทำให้แลดูสูงและเพรียวมากขึ้น การฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยลดขนาดของน่องได้ โบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่บริเวณดังกล่าว ทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวมีขนาดที่เล็กลง หลังจากทำการฉีดสารเข้าไปประมาณ 1-2 เดือน กล้ามเนื้อจะมีขนาดที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ขนาดของน่องเล็กลงตามขนาดของกล้ามเนื้อที่ลดลง จากน่องใหญ่จึงกลายมาเป็นน่องเล็กเรียวตามต้องการ แต่ถ้าน่องโตเพราะไขมันหรือเซลลูไลต์สะสมอาจต้องแก้ไขด้วยวิธีอื่นๆ และสามารถฉีดได้เฉพาะบางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถทำการฉีดได้ตลอดทั้งขา          เพราะโบท็อกซ์เข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่บริเวณดังกล่าว จึงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ในคนไข้บางรายอาจทำให้ขึ้นบันได รู้สึกเมื่อยที่บริเวณน่องได้

2.5 การใช้โบท็อกซ์เพื่อช่วยลดปริมาณเหงื่อและกลิ่นตัว

อาการเหงื่อออกเฉพาะที่ (Hyperhidrosis) และกลิ่นตัว เกิดจาการทำงานที่มากผิดปกติของต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ร่างกายมีการสร้างเหงื่อออกมามาก แม้จะทาโรลออนระงับกลิ่นกายหรือแป้งเพื่อลดปริมาณและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากเหงื่อแล้ว ก็ยังช่วยได้ไม่มากนัก การฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณ ใต้รักแร้ และ  ฝ่ามือ สามารถช่วยลดปริมาณเหงื่อให้มีปริมาณน้อยลงได้ ซึ่งสารจะเข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ โดยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทของเส้นใยประสาทที่ทำหน้าที่ในการสั่งงานให้ต่อมเหงื่อทำการหลั่งเหงื่อออกมา ผลผัพธ์หลังการฉีด  เห็นผลการรักษาว่าเหงื่อลดลงในเวลา 1-2 สัปดาห์ และลดปริมาณเหงื่อและกลิ่นตัวได้นาน 4 – 6 เดือน

FILLER

คือสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการดูดของเหลว ลักษณะคล้ายคอลลาเจนของมนุษย์จึงปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ สามารถสลายไปเองได้โดยไม่เหลือสารตกค้าง ใช้สำหรับแก้ปัญหาผิว เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนของเราก็เริ่มลดลงตั้งแต่อายุครบ 30 ปี จากงานวิจัย คอลลาเจน ของเราจะลดลงปีละ 1 เปอร์เซ็นต์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้นจึงเกิดการหย่อนคล้อยของผิวหนัง และมีลักษณะของผู้สูงอายุ การเติม Filler เข้าไปจึงสามารถช่วยได้ตรงจุด เพราะคือการเติมเต็มคอลลาเจนในส่วนที่ขาดหายไป ส่งผลให้คนไข้ผิวพรรณดูอ่อนเยาลง ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยลดลง

 

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ หากใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองจากอย. และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ที่ดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังเป็นสารที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย การเกิดอาการแพ้จึงมีไม่สูง และร่างกายสามารถย่อยสลายออกไปได้จนหมดไม่เหลือสารตกค้าง

 

ทำไมราคาของฟิลเลอร์จึงต่างกัน

เนื่องจากในเนื้อเยื่อของเรามีสารที่เรียกว่า hyalase อยู่ในผิวหนัง สามารถย่อยสลายฟิลเลอร์ได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 3-7 วันเท่านั้น ผู้ผลิตจึงต้องมีกระบวนการต่างๆในการทำให้ตัวฟิลเลอร์มีความเสถียรและทนทานมากยิ่งขึ้น กระบวนการเหล่านี้มีราคาสูงเนื่องจากเป็นกระบวนการทางชีวเคมี ราคาจึงขึ้นอยู่กับต้นทุนกระบวนการผลิตเหล่านี้นั่นเอง

ตำแหน่งที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

  1. สันจมูก ใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งเติมสันจมูกให้ดูโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติหากไม่อยากทำศัลยกรรม

  2. ใต้ตา ฉีดเติมเต็มเบ้าตา ร่องน้ำตาลึก หรือแก้ไข้ให้ถุงใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น

  3. ตีนกา เติมร่องตีนกาให้ตื้นขึ้น

  4. รอยลึกร่องแก้มและร่องน้ำหมาก เป็นจุดที่ฉีดแล้วทำให้หน้าดูเด็กลงได้หลายปี

  5. คาง คนคางสั้นสามารถเติมคางให้ดูเรียวยาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  6. หน้าผาก ทำได้ทั้งลดริ้วรอยที่เป็นเส้นย่นๆ และเติมให้หน้าผากดูนูนเป็นทรงสวย

  7. ริมฝีปาก ทำให้ปากดูอวบอิ่มเป็นทรงขึ้น รวมถึงสามารถฉีดลดริ้วรอยเล็กๆรอบริมฝีปากได้

  8. รอยหลุมสิว ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น

  9. คอและบริเวณเนินอก ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหนังมีความเรียบเนียนกระชับมากขึ้น

  10. หลังมือ ลดเลือนริ้วรอยทำให้ผิวหนังเรียบเนียนเต่งตึง จะได้ไม่ฟ้องอายุที่แท้จริง

MESO FAT

คือการฉีดตัวยาในกลุ่มของ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals สารเหล่านี้เป็นสารสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามินอีกหลายชนิด โดยจะฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกเข้าไปในชั้นไขมัน

 

โดยสารนี้จะช่วยสกัดกั้นการสะสมของไขมันและทำให้ไขมันเหล่านี้สลายตัว โดยไขมันที่สลายออกมานั้นจะอยู่ในรูปของไขมันเหลว และถูกขับออกมาทางปัสสาวะกับทางอุจจาระ ช่วยให้เลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ มีความแข็งแรงและกระชับ

การทำ Meso Fat เป็นการสลายก้อนไขมันให้กลายเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นหลังการทำจำเป็นจะต้องดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อให้มีการขับไขมันออกมามากที่สุด

 

ช่วงที่เว้นจากการทำ Meso Fat ควรทำ RF ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยเร่งไขมันให้ออกได้เร็วขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อมีความกระชับและไม่หย่อนคล้อย ซึ่งอาจจะเสริมด้วยการตีสลายไขมันด้วยเครื่อง Slimming Machine และควรอบตัวด้วยตู้อบอินฟราเรดในการสลายไขมันอีกด้วย

 

หลังจากการฉีด Meso Fat ควรออกกำลังกายเบาๆ อย่างเช่นโยคะหรือการเดินเพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อช่วยให้ไขมันสลายออกไปได้เร็วขึ้น

หลังการทำ Meso Fat อาจมีรอยฟกช้ำ จึงควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า การทำทรีทเม้นต์ทุกชนิด การนวด และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์

X-DNA

สกัดจากอสุจิปลาแซลมอน มาจากปลาพันธุ์ King salmon ที่มีแหล่งกำเนิด ในทะเลแปซิฟิค เพื่อสกัดเอาสารชนิดหนึ่งซึ่งเป็น active ingredients ซึ่งก็คือ Highly polymerised sodium deoxyribonucleotide  เป็นดีเอ็นเอ มีฤทธิ์เป็นTissue repairing agent ขึ้นชื่อเรื่องการสมานแผลแบบเร่งด่วนและสามารถลดเม็ดสีจากการอักเสบหรือแสงแดดโดยมีกลไกทางชีวเคมีทำให้มีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน Tyrosinase activity สามารถใช้ฉีดแผลและเนื้อเยื่อยุบจากไฟไหม้ ทำให้ Necrotic tissue บริเวณนั้นลดขนาดลงโดยไปกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast เติบโตและทำหน้าที่ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นการปล่อย VEGF ให้มีการสร้างหลอดเลือดใหม่บริเวณรอบแผล และยังสามารถจับ Receptor บนผิวเซลล์ กระตุ้นการสร้างและหลั่งGrowth factor อีกหลายชนิด เช่น FGF EGF IGF เป็นต้น

 

ทำไมช่วยให้หน้าเนียนใสฉ่ำวาว???

 เนื่องจาก Polymerised sodium deoxyribonucleotide สามารถกระตุ้นการ Promote the growth of fibroblast โดยการฉีดเข้าสู่ชั้นใต้ผิวโดยตรงหรือในลักษณะที่เป็น Mesotherapy เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast ที่ผิวหน้ามีการแบ่งตัวและสร้าง Collagen และ matrix อื่นๆมากขึ้น ทำให้ผิวหน้าลดการหย่อนคล้อย กระชับขึ้น และกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้หากเกิดบาดแผลบริเวณผิวหน้า หรือรอยแผลเป็นจากสิว จะทำให้แผลเป็นจากสิวหายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการปล่อย VEGF จากเนื้อเยื่อPolymerised sodium deoxyribonucleotide สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวที่เสื่อมสภาพจากแสงแดดทำลายซึ่งในผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด Polymerised sodium deoxyribonucleotide มีรายงานว่ารอยเม็ดสีที่เข้มจากการโดนแสงแดดกระตุ้นนั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

ผลลัพธ์ที่ได้
- ลดการอักเสบของผิวหลังการทำเลเซอร์
- รักษาแผลในผู้ป่วยเบาหวาน
- กระตุ้นการหายของแผล
- กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- รักษารอยดำ PIH
- กระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย
- ทำให้แผลจากสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

MADE
มาเด้ (Made) คือการใช้ยาที่มีการกระตุ้นคอลลาเจนและวิตามินที่มีความสำคัญต่อผิว  ซึ่งหลักการทำโดยการใช้เข็มฉีดยาจิ้มลงไปบริเวณจุดฝังเข็ม 16 จุดทั่วใบหน้า (Homeopathy) ทำให้มีการกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น  โดยสูตรยาของมาเด้ และคอลลาเจนจะช่วยกันออกฤทธิ์อย่างเป็นขบวนการ และเป็นจังหวะ ตัวยาแต่ละตัวจะออกฤทธิ์ส่งเสริมซึ่งกันและกันจึงทำให้ผลการบำบัดออกมาดี โดยหลักๆ แล้ว มาเด้ และ คอลลาเจน จะออกฤทธิ์เป็น 4 จังหวะ ดังนี้คือ
 

Detoxification  คือ การเร่งการขับสารพิษ และของเสียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยออกจากร่างกาย โดยการกระตุ้นการทำงานของ

ต่อมน้ำเหลือง รอบๆบริเวณใบหน้า เพราะถ้ามีสารพิษ และของเสียต่างๆ ตกค้างอยู่ในบริเวณใบหน้ามาก จะทำให้เกิดความเสื่อมของผิวหนังและคอลลาเจนที่ผิวหน้าได้ และหากไม่ขับสารที่เป็นของเสียออกก็จะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารใหม่ๆ เข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ เหมือนแก้วน้ำที่เต็มแล้วจะไม่สามารถเติมน้ำได้อีก

Metabolism  คือ การเร่งการเผาผลาญพลังงาน และการไหลเวียนเลือด โดยขบวนการนี้จะช่วยให้เซลล์ผิวหน้าได้รับสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งมากับเลือด ทำให้มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองได้

Nutrients and Cell therapy  คือ สารอาหารบำรุงเซลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการฟื้นฟูผิวพรรณ โดยการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอบริเวณใบหน้า

Restructuring  คือ การปรับความสมดุลให้กับร่างกายใหม่ ช่วยให้ผิวหน้ามีภูมิคุ้มกันที่ดี แข็งแรง สามารถต่อสู้กับสาเหตุของโรคต่างๆ นั้นได้ ทำให้ผิวสวยแข็งแรงไม่ถูกทำลายได้ง่ายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

กลุ่มคนไข้ที่เหมาะสำหรับ มาเด้ อาจจะเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีอาการของสิวอักเสบ ผดผื่น อาการแพ้บริเวณผิวหนัง หรือคนไข้ที่มี ผิวแห้งมากกว่าปกติ ทาครีมหรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด มีริ้วรอยบริเวณใบหน้าที่เห็นชัด

 

     โดยปกติแพทย์จะทำประมาณ 10 ครั้งต่อเนื่อง  โดยมีการเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง หรือสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาไม่มากนักอาจจะเว้นระยะประมาณ 1 ครั้ง ต่อ เดือน และผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั้นจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งหลังจากนั้นให้ใช้เดือนละ 1-3 ครั้ง เพื่อเป็นคงสภาพผิวที่ดีนั้นไว้อย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ที่ได้

- ผิวจะกระจ่างใสรูขุมขนกระชับ

- ริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าลดลง

- ผิวหน้าจะเนียนนุ่มอ่อนเยาว์ขึ้นไม่แห้งกร้าน

- ระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองบริเวณผิวหน้าดีขึ้น

- ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีสุขภาพดี

Filorga

Filorga's NCTF 135 HA คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการฟื้นฟู ดูแลผิวด้วยวิธี เมโส เทอราปี (Mesotherapy) ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีด ตัวยาเข้าไปบริเวณผิวหนังชั้นใน Filorga's NCTF 135 HA เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวแบบเข้มข้น และเหมาะสำหรับการลดเลือน ร่องริ้วรอยลึก ช่วยยกกระชับผิว ไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย โดย Filorga's NCTF 135 HA ได้รับการพิสูจน์ผลลัพธ์มายาวนานกว่า 10 ปี ในกลุ่มผู้ใช้ที่มากกว่า 1 ล้านคน

NCTF 135HA เป็นสูตรเข้มข้น มีสารออกฤทธิ์ (active ingredients) มากกว่า NCTF 135 ถึง 200 เท่า ซึ่ง Filorga's NCTF 135HA สามารถใช้ได้กับผิวหนังบริเวณ ดังต่อไปนี้

 

ใบหน้า

คอ

บริเวณอก

บริเวณหลังมือ

บริเวณแขน

บริเวณขา

บริเวณท้อง

 

Filorga's NCTF 135 HA 
มีกรดไฮยาลูรอนิคเป็นส่วนผสมหลัก กรดไฮยาลูรอนิค เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผิวหนังมีหน้าที่ในการช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำร้าย

ตัวการสำคัญที่ทำให้ ปริมาณกรดไฮยาลูรอนิคในร่างกายสามารถผลิตเองได้ตามธรรมชาติลดลง ได้แก่ แสงแดด และอายุที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า กรดไฮยาลูรอนิคซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของฟิลเลอร์ Filorga's NCTF 135 HA นี้ยังเป็นสารที่จำเป็นต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายอีกด้วย

ในวงการแพทย์ระบุว่า กรดไฮยาลูรอนิคถูกนำมาใช้ช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งใช้สำหรับชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย สำหรับกรดไฮยาลูรอนิคในผลิตภัณฑ์
Filorga's NCTF 135 HA เป็นกรดไฮยาลูรอนิคแท้ 100 % ที่ได้จากกระบวนการหมักจุลินทรีย์ (bio fermentation) ที่ไม่ได้มีแหล่งที่มาจากสัตว์ เพื่อให้กรดไฮยาลูรอนิคสามารถเข้ากันได้ดีกับผิวหนังมากที่สุด

A private aesthetic clinic in samkong, Phuket. Offering various services with affordable price and high quality services. Contact us today for free consultation!

Copyright © 2019 CUBEDOCTOR

Phone number:

+66 93 727 1272

Address:

​CUBE clinic [คิวบ์ เวชกรรม คลินิก] ล็อคเลขที่ 40-43 ตลาดสดภูเก็ต 999/9 ถ.เยาวราช หมู่ที่ 5 ต.รัษฎาอ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000

Mail:

Business hours:

Mon - Sat. 10:00 - 20:00

  • Grey Facebook Icon
  • Grey YouTube Icon